ช่วงวัยเด็กเป็นเวลาสำคัญของการสร้างภูมิคุ้มกันและการเจริญเติบโต การเลือกอาหารเปียกลูกแมวจึงต้องเน้นสารอาหารที่ครบถ้วนและย่อยง่าย โดยเฉพาะโปรตีนคุณภาพสูง แคลเซียม และดีเอชเอที่มีส่วนช่วยบำรุงสมองและสายตา นอกจากนี้เนื้อสัมผัสที่มีความชุ่มชื้นยังช่วยให้ลูกแมวได้รับน้ำอย่างเพียงพอในแต่ละวัน
สำหรับลูกแมวที่เพิ่งเริ่มหัดทานอาหาร แนะนำให้เลือกเนื้อสัมผัสแบบมูสเนียนละเอียดเพื่อให้เลียกินง่าย ไม่ติดคอ เมื่อเริ่มโตขึ้นจึงค่อยเปลี่ยนเป็นแบบชิ้นเนื้อในน้ำเกรวี่หรือเยลลี่ ควรตรวจสอบฉลากให้แน่ใจว่าเป็นสูตรสำหรับลูกแมวโดยเฉพาะ และปราศจากการปรุงแต่งรสเค็ม เพื่อสุขภาพไตที่ดีในระยะยาว
เริ่มทานได้ตั้งแต่อายุประมาณ 4 สัปดาห์ขึ้นไป โดยเป็นช่วงหย่านม แนะนำให้เริ่มจากเนื้อสัมผัสแบบมูสละเอียดผสมน้ำอุ่นหรือนมแพะเล็กน้อยเพื่อให้ฝึกกินได้ง่าย
เพราะอาหารแมวโตมีสัดส่วนพลังงาน โปรตีน และแคลเซียมไม่เพียงพอต่อความต้องการในการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วของลูกแมว
หากเปิดแล้วทานไม่หมด ควรปิดฝาหรือเก็บใส่กล่องสุญญากาศแล้วแช่ตู้เย็นทันที อยู่ได้ประมาณ 24-48 ชั่วโมง และควรอุ่นให้อยู่ในอุณหภูมิห้องก่อนให้ลูกแมวทาน
แบบมูสเหมาะกับลูกแมววัย 1-4 เดือนที่ฟันเพิ่งขึ้นเพราะเลียกินง่าย ส่วนแบบเกรวี่เหมาะกับลูกแมวอายุ 4 เดือนขึ้นไปที่เริ่มเคี้ยวอาหารชิ้นเล็กๆ ได้ดีแล้ว
สามารถให้ทานได้ทุกวัน แต่ควรเลือกสูตรที่มีสารอาหารครบถ้วนตามหลักโภชนาการ หรือให้ควบคู่กับอาหารเม็ดเพื่อช่วยเสริมสร้างสุขภาพช่องปากและการขบเคี้ยว